การจัดฟัน (Orthodontic Treatment)
การจัดฟัน (Orthodontics) ทันตกรรมเฉพาะทางแขนงหนึ่งมุ่งเน้นไปที่การวินิจฉัย วางแผนป้องกัน แก้ไขปัญหา และรักษาความผิดปกติของการเรียงฟัน การสบฟัน รวมถึงปัญหาที่เกี่ยวกับขากรรไกร การจัดฟันจึงเป็นการรักษาเพื่อให้มีการสบฟันที่ดีขึ้น การบดเคี้ยวอาหารมีประสิทธิภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดฟันผุหรือโรคเหงือกอันเนื่องมาจากฟันเรียงตัวผิดปกติ และหลีกเลี่ยงการเกิดรอยสึกของฟันจากการเรียงฟันหรือการสบฟันที่ไม่เหมาะสม
ลักษณะฟันแบบไหนที่ควรจัดฟัน
ปัญหาของฟันมีหลายรูปแบบซึ่งปัญหาของการสบฟันที่ผิดปกติ (Malocclusions) ที่ควรได้รับการรักษาด้วยการจัดฟัน สามารถแบ่งได้ดังนี้

1.ฟันยื่น (Protruded) แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
- ฟันหน้าบนยื่นหรือฟันเหยินลักษณะที่ฟันบนคร่อมฟันล่าง ซึ่งยื่นออกมาด้านหน้ามากเกินไป จนทำให้ปากอูม ทำให้การสบกันของฟันผิดปกติ มักเกิดจากปัญหาการเรียงตัวของฟันหรือแนวกราม หากมีฟันหน้าบนยื่นออกมามากอาจทำให้ฟันหน้าล่างกัดเหงือกจนเป็นแผลได้
- ฟันหน้าล่างยื่นเป็นลักษณะฟันล่างคร่อมฟันบน ผู้ที่มีปัญหาฟันล่างยื่นใบหน้าจะดูคางยื่น บางรายอาจมีปัญหาใบหน้าไม่เท่ากัน หรือเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง เกิดการสบกันของฟันที่ผิดปกติ ในกรณีที่ฟันล่างยื่นออกไปมากๆ อาจทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันบนกับฟันล่าง จนส่งผลต่อการบดเคี้ยวอาหารได้ รวมถึงความสวยงาม

2.ฟันซ้อน (Crowding)
หมายถึงลักษณะของฟันที่เรียงไม่เป็นระเบียบ อาจซ้อนกันทั้งข้างนอกและข้างใน ซึ่งอาจเกิดจากสภาวะที่ฟันแท้ขึ้นมาในขณะที่ฟันน้ำนมยังไม่หลุด ทำให้ฟันแท้ขึ้นมาซ้อนฟันน้ำนม หรือฟันน้ำนมหลุดก่อนเวลาอันควรไปนาน จนทำให้เกิดปัญหาการเรียงตัวของฟันที่ไม่สวยงาม ฟันเบียดเกทับกัน ผู้ที่มีฟันซ้อนกันอาจะเป็นที่สะสมของเศษอาหาร ทำความสะอาดยาก เกิดมีกลิ่นปาก เสี่ยงที่จะเป็นโรคเหงือกอักเสบ และอาจจะเกิดฟันผุตามมาได้ และแน่นอนว่าทำให้ยิ้มไม่สวย

3.ฟันห่าง (Spacing)
เป็นลักษณะที่มีระยะห่างหรือช่องว่างระหว่างฟันที่มากกว่า 0.5 มิลลิเมตร สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นฟันหลุด หรือฟันขึ้นไม่เต็มอาจเกิดร่วมกับฟันยื่น ผู้ที่มีฟันห่างจะทำให้พูดไม่ชัด เวลาพูดมีน้ำลายกระเด็น เมื่อรับประทานอาหารจะมีเศษอาหารจะเข้าไปติดอยู่ตามซอกฟัน และอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากอื่นๆ ตามมาได้ เช่น เหงือกอักเสบ คราบหินปูน และฟันผุ

4.ฟันสบลึก (Deep bite)
เกิดจากลักษณะของฟันหน้าบน คร่อมปิดฟันหน้าล่างจนมากเกินไป จนไม่เห็นฟันล่าง ในกรณีที่ฟันสบลืกมากๆ จนทำปลายฟันหน้าล่าง ชนโคนฟันหน้าบนด้านในไปเรื่อยๆ พอนานเข้าก็ทำให้ฟันสึก เจ็บ เสียวฟัน สร้างความเสียหายให้กับเหงือกและรากฟันหน้า จนต้องรักษารากฟันได้ และอาจก่อให้เกิดภาวะเจ็บข้อต่อขากรรไกรได้

5.สบเปิด (Open bite)
เกิดจากลักษณะของปลายฟันบนและปลายฟันล่างมีระยะห่างออกจากกัน เมื่อกัดฟัน ทำให้มีปัญหาระหว่างรับประทานอาหาร กัดอาหารไม่ขาด ออกเสียงบางคำไม่ชัดเจน ในกรณีที่มีฟันสบเปิดมาก เมื่อยิ้มแล้วจะเห็นเป็นโพรง เหมือนอ้าปากตลอดเวลา ทำให้เสียบุคลิกภาพ ยิ้มแบบไม่มั่นใจ

6.ฟันกัดคร่อม (Crossbite)
เป็นลักษณะของฟันบนกับฟันล่างที่ไม่สามารถขบได้พอดี หรือเมื่อเวลาขบกัดฟันบนกับฟันล่างจะไม่ตรงกัน มีลักษณะขบแบบไขว้ สลับกันไปมา ไม่สมดุล ทำให้การขบเคี้ยวอาหารได้ไม่เต็มปากเต็มคำ ไม่สามารถใช้ฟันหน้ากัดอาหารได้ตามปกติ และอาจทำให้ไม่สามารถออกเสียงคำบางคำได้ชัดเจน หากเป็นมากอาจมีใบหน้าเบี้ยวร่วมด้วย

7.ฟันกัดเบี้ยว (Midline shift)
เป็นลักษณะของฟันที่อาจเกิดจากขากรรไกรเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า ส่งผลให้เส้นกึ่งกลางของฟันบนและฟันล่างไม่ตรงกัน หรือไม่มีความสมดุล ทำให้การบดเคี้ยวอาหารทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
การจัดฟันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
รูปแบบของการจัดฟันแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
1. การจัดฟันแบบติดเครื่องมือ เช่น การจัดฟันแบบโลหะ การจัดฟันแบบดามอน การจัดฟันแบบเซรามิก
2. การจัดฟันแบบไม่ติดเครื่องมือ เป็นการจัดฟันแบบถอดได้ ที่รู้จักส่วนใหญ่คือการจัดฟันแบบใส Invisalign
เครื่องมือจัดฟันแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 แบบ ดังนี้
1.การจัดฟันแบบโลหะ (Metal Bracket)
การจัดฟันแปบบโลหะ เป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เหล็กจัดฟันแบบโลหะจะประกอบด้วย แบร็คเก็ต ยางจัดฟัน และลวดจัดฟัน ทันตแพทย์จะนัดมาปรับเหล็กจัดฟันทุก ๆ 4-6 สัปดาห์เพื่อให้ฟันเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
ข้อดีของการจัดฟันแบบโลหะ คือ ราคาถูกกว่าการจัดฟันแบบอื่นๆ เหล็กจัดฟันในปัจจุบันมีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาขึ้น และดูไม่เหมือนโลหะเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ยังมีสีสันให้เลือกมากมายเหมาะสมสำหรับวัยรุ่น และมีแบบใสที่ผู้ใหญ่นิยมใช้อีกด้วย
2.การจัดฟันแบบดามอน (Damon)
การจัดฟันแบบดามอน เป็นการจัดฟันแบบติดเครื่องมือ มีเทคโนโลยีพิเศษเฉพาะลวดชนิดพิเศษและเครื่องมือแบบบานพับ Damon™ System มีคุณสมบัติทำให้ฟันเคลื่อนที่เร็วกว่าการจัดฟันแบบเหล็กมากถึงกว่า 1 เท่าตัว ไม่ต้องใช้ยางในการรัดให้ลวดอยู่กับอุปกรณ์เพื่อเคลื่อนฟันทำให้แรงดึงฟันเสถียรกว่า คนไข้ไม่ต้องพบแพทย์บ่อยเหมือนการจัดฟันชนิดโลหะ
ข้อดีของการจัดฟันแบบดามอน คือ รู้สึกเจ็บน้อยกว่าการจัดฟันแบบโลหะ เพราะกลไกควบคุมเเรงในการเคลื่อนฟันได้ดีกว่าแบบโลหะที่ใช้ยางรัดฟัน และช่วยย่นระยะเวลาในการรักษาให้เร็วขึ้น ระคายเคืองช่องปากน้อยกว่า และสามารถทำความสะอาดฟันได้ง่ายกว่าเพราะไม่มียางรัด
3.การจัดฟันแบบเซรามิก (Ceramic)
4.การจัดฟันแบบใส